บทความเล็กน้อย..ฝากเก็บไว้ให้คิด พยายามอ่านให้จบ และคิดให้ถึง....
มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะเป็นทุกข์ แม้ว่าเราแต่ละคนจะมีจุดหมายชีวิตเป็นอย่างไร ทุกคนก็พยายามที่จะดำเนินชีวิตของตนอย่างมีความสุข ทุกลมหายใจ แต่ในความเป็นจริงเรากลับมีความทุกข์อย่างมากมายที่แผ้วพานผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ใช่ไหม....?
ผมเองชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายของมนุษย์กันแน่ ที่สมองของมนุษย์มีการพัฒนาเหนือกว่าสัตว์ทุกชนิด เพราะ คนเป็นสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้นที่เป็นทุกข์จนคิดจะฆ่าตัวตายได้ ต่างจากสัตว์ก็ตรงนี้
ปุจฉา
· ท่านเคยเห็นแมวตัวไหนมันอกหัก ผิดหวังในความรัก จนคิดจะฆ่าตัวตายไหมครับ
· ผมไม่เคยเห็นควายตัวไหนลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกิน ทั้งที่มันก็มีส่วนร่วมกับการไถหว่าน
ความสุขของควายก็เพียงแค่นอนคลุกเคล้าโคลนตมเพื่อสัมผัสความเย็นฉ่ำของน้ำ
· ไม่มีหมาตัวไหนที่มันคิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ใช่ไหมครับ
· ในขณะที่มนุษย์เราแม้กระทั่งตัวผมเองบางครั้งนอนไม่หลับเป็นประจำ
หลายครั้งที่เราต้องเจอกับสิ่งที่เราไม่อยากเจอ เพราะเจอแล้วมันไม่มีความสุข และหลายครั้งเช่นกันที่
เราอยากจะเจอในสิ่งที่อยากเจอ แต่เราก็ไม่เจอ จนทำให้เราเป็นทุกข์ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คิดได้ไหมครับ นี่แหละเขาเรียกว่า.... ถ้าคิดได้ตอบกลับมาด้วยนะครับ
วิสัชนา มนุษย์เราเกิดมา ในโลกนี้ เกิดมาพร้อมกับโรค ๓ ชนิด คือ ๑ โรคทางกาย ๒ โรคทางจิต แบ่งเป็น ๒ คือ ๑ จิตประสาทอันนี้เป็นบ้า ๒ โรคทางวิญญาณ คือโรคทางสติปัญญา โรคนี้คือโรคทางวิญญาณมันเป็นปัญหามากที่สุด ที่ท่านพูดนะคือโรคนี้แหละมันจะเกิดทุกลมหายใจเข้าออกของคุณ จิตวุ่นไม่สงบ ส่วนโรคทางกายนานๆเป็นทีอันนี้ไม่ทุกข์หนักเท่าที่ว่า โรคทางจิตมันเกิดเร็ว ดับเร็ว วันเดียวเป็นหลายร้อยโรคคิดร้อยเรื่อง เช่น รัก โกรธ เกลียด กลัว ตื่นเต้น ตกใจ อิจฉา ริษยา หึงหวง ดีใจ เสียใจ วิตกกังวลสงสัย อาลัยอาวรณ์ ยึดมั่นถือมั่น ตัวกูของกู โรคทางจิตวิญญาณนี้มันเกิดกับทุกคน ไม่ยกเว้น มันเป็นได้ทุกหนทุกแห่ง เมื่อไรก็ได้ อย่างไรก็ได้ ให้คิดดู น่ากลัวกว่าโรคใดๆ เป็นแล้วทำให้เป็นทางกายอื่นๆตามมา คิดดูถ้าเราไม่มีโรคทางจิตแล้วเราก็จะไม่ที่ความทุกข์ นี่คือเหตุแห่งทุกข์ (จากธรรมโอสถ ยาระงับสรรพโรค พุทธทาสภิกขุ)
John lock. กล่าวว่า A sound mind is in A sound body. จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์... คำว่าจิตใจ คนส่วนใหญ่มักคิดถึงอวัยวะที่เรียกว่า หัวใจ ในความเป็นจริงแล้ว หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย แต่ สมองของเราต่างหากที่ทำหน้าที่เรื่องจิตใจ
สมองคือที่ตั้งของจิต สมองคือออฟฟิตของใจ ไม่ทราบท่านคิดเหมือนผมไหม “เส้นทางฟันฝ่าอุปสรรค จะปักด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนชวนใจ ไม่มีแน่” นับเป็นบทความที่เป็นสัจธรรมในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ.
อุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตก็เช่นเดียวกัน... มันมีประโยชน์มากมาย เพราะคุณูปการของอุปสรรค ปัญหา ความทุกข์ มันเป็นเครื่องมือในการฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง... กล้ามเนื้อจะแข็งแรงได้ต้องยกของที่หนัก...จิตใจที่จะเข้มแข็งได้ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค ปัญหา ความทุกข์ จริงไหม...?
“คนที่เติบโตมาท่ามกลางความยากไร้ ขาดแคลน โดยที่วัยเด็กต้องต่อสู้ชีวิตและความลำบากด้วยตนเอง โตขึ้นเขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีลักษณะนิสัยแบบทนทาน (Hardy character) แต่ถ้าลูกของเราเติบโตขึ้นโดยที่ผู้ใหญ่ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาทั้งหมด เข้าโรงเรียนดีๆ ดังๆ...เข้าทำงานในหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ก็ด้วยฝีมือของพ่อแม่............ เวลาเขาต้องเจอปัญหาชีวิต หน้าที่การงาน พ่อแม่ก็จัดการให้เขาทั้งหมด
เด็กเหล่านี้จะไม่ได้พัฒนาทักษะในการแก้ปัญหา... โตขึ้น เขาจะขาดภูมิต้านทานต่อความทุกข์ เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบ OverProtect… เขาก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ UnderProtect…”
ถ้าลูกของเราได้รับการเลี้ยงดูมาแบบที่พ่อแม่จัดการชีวิตให้ทุกอย่าง....เขาก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่จำเป็นต้องมีคนคอยดูแล........แล้วท่านล่ะ......เลี้ยงดูลูกของท่านแบบไหน...คงยังไม่สายที่เราต้องช่วยกันแก้ไข...
วิสัชนา มันเป็นของมันเช่นนั้นเอง มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ก็แค่นั้น แค่นี้เอง ทุกสิ่งเป็น คือทีแรกเป็นอนิจจังเปลี่ยนไปเรื่อย แล้วไม่มีใครต้านได้ นั้นมันเป็นอนัตตา ยาแก้ ๑. ต้นไม่รู้ไม่ชี้ ๒. ชั่งหัวมัน ๓. รากอย่างนั้นเอง ๔. ต้นไม่มีกู – ไม่มีของกู ๕. ต้นไม่น่าเอา – ไม่น่าเป็น ๖. ต้นตายก่อนตาย ๗. ต้นดับไม่เหลือ ต้มกินขมมากๆ ทำไหวไม ได้สักนิดจิตแจ่มใส คิดเอาทำดูได้ผลแน่ไม่ลองไม่รู้
P. Prasert